[BONE]EP1-Event1

posted on 31 Dec 2012 23:24 by moga-moka

เอ็นทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม

-----------------------------------------------------------

 

จะลงเรือละนะ!!!!

 

 

 

...นี่เป็นเรื่องราวของดิลลอน แรดเดน หนุ่มหน้ามนคนหน้ามึนจากซิดมัธ กับการเดินทางสุดอลังการล้านแตกสู่แดนสวรรค์อันไกลโพ้น(โอ้คลาสิก!!)

 

ขอเกริ่นประวัติดิลลอนสั้นๆ

 

(อ่านข้ามๆก็ได้นะ=_=)

 

ดิลลอน แรดเดน บุตรชายคนเล็กของชาร์ลส์ แรดเดน เศรษฐีใหญ่แห่งเมืองชายทะเลเล็กๆนามซิดมัธ ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างดีราวเทพบุตรตัวน้อยๆจากพ่อแม่และกองทัพ(?)คนรับใช้ พ่อแม่ตามใจ แต่ดิลลอนกลับไม่มีความสุข “มันไม่ใช่อ่ะ” “หัวใจผมรักอิสระเกินกว่าจะอยู่เป็นนกน้อยในกรงทองแบบนี้” “ผมอยากท่องโลกกว้าง อยู่อย่างคนเดินดิน ใช้ชีวิตอิสระด้วยลำแข้งของตัวเอง” และแล้วเมื่ออายุย่างเข้ายี่สิบสี่ ดิลลอนก็เก็บข้าวของ หนีออกไปอาศัยอยู่คนเดียวในบ้านพักตากอากาศเก่าๆที่ลุงคนหนึ่งซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดด้วยควมช่วยเหลือของนาธานีล พี่ชายคนโตจอมสปอยล์ กับไวโอเล็ต พี่สาวคนกลาง(ที่เหมือนจะใจดีตามใจน้องแต่ที่จริงแล้ววางแผนกำจัดผู้สืบทอดกิจการของตระกูลออกไปให้พ้นทางตัวเองจะได้ฮุบเอาเสีย) ดิลลอนใช้ชีวิตอย่างชิลๆ..จริงหรือ? ยึดอาชีพนักเปียโนประจำโรงแรมแห่งหนึ่งไม่นานก็ลาออก มาเป็นนักแต่งเพลงอิสระ เล่นดนตรีหากิน ขายภาพเขียนหาเงินประทังชีวิต ในที่สุด ดิลลอนก็พบว่ายิ่งอยู่ยิ่งขี้เกียจ อาชีพก็ลดระดับและรายได้ลงไปทุกที  ”มันไม่ใช่อ่ะ” “ชีวิตอะไรจะไร้จุดหมายเช่นนี้” จนกระทั่งเขาได้ข่าวการเดินทางของเรืออโทรพอส “นี่แหละที่ผมต้องการ” “การผจญภัยเพื่อค้นพบตัวเองในดินแดนไกลสุดขอบฟ้า” ว่าแล้วแพ็คของทุกอย่างใส่หีบ คว้าไวโอลิน กีตาร์ และแซ็กโซโฟนสะพายไหล่ พร้อมปลาทองชื่อคลาร่า ก็ควักเงินหมดกระเป๋าซื้อตั๋วรถไฟไปเซาท์แธมป์ตัน  ใช่แล้ว! เงินหมดกระเป๋า! แล้วจะเอาที่ไหนไปซื้อตั๋วล่ะตาบื้อเอ๋ย!? ไม่ๆดิลลอนไม่บื้อขนาดนั้น เขาพอรู้จักนักสะสมภาพเขียนอยู่บ้าง ต้องยอมจ่ายให้ผลงานสุดอลังการของศิลปินเอกอย่างเขาเป็นแน่ ด้วยความมั่นใจ ดิลลอนลองมือวาด(เผา)งานศิลปะสุดอลังการชื่อ”การเดินทางสู่ใจกลางโลกของปลาทอง” เสนอขายให้นักสะสมภาพเขียนคนแรกที่พบในร้านเหล้า ชายวัยกลางคนเลิกคิ้วมองภาพที่สียังไม่แห้ง “ฉันไม่เข้าใจว่าเธอต้องการจะสื่ออะไรจริงๆ”  หลังจากเจรจาต่อรองกันนาน ดิลลอนก็ยอมแพ้ ผิดหวังเดินหูตกหางตก(?)ออกจากร้านไป ทันใดนั้น สายตาอันเฉียบคมของนักสะสมนิรนาม(นิรนามเพราะดิลลอนจำชื่อไม่ได้)ก็เหลือไปเห็นภาพเขียนอีกภาพที่ดิลลอนเหน็บไว้ในอ้อมแขน “แต่รูปนั้นไม่เลวนะพ่อหนุ่ม ฉันยินดีจ่ายดีกว่ารูปปลาทองนั่นสองเท่าเลย” มันเป็นภาพเขียนสีน้ำมันรูปหลานสาวของดิลลอน- ลูกสาววัยสี่ขวบของนาธานีลพี่ชายเขานั้นเอง “ไม่! รูปนั้นผมไม่มีไว้ขาย” “น่าเสียดายนะ ฉันยินดีจ่ายด้วยเงินมากพอจะให้เธอเช่าโรงแรมหนึ่งคืน บวกอาหารเช้า และซื้อตั๋วชั้นสามได้สบายๆเลยด้วย” ดิลลอนไม่มีทางเลือก นอกจากยอมขายรูปหลานสาวสุดน่ารักไป ดิลลอนนำเงินทั้งหมดที่ได้ไปซื้อตั๋วชั้นสามเป็นอันดับแรก พร้อมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นแล้ว....




โอเคสั้นๆ ความเป็นมาของดิลลอนก็ประมาณนั้นแหละ(นี่สั้นเหรอ?)

 

ต่อไปเป็นส่วนหนึ่งจากบันทึกของดิลลอน แรดเดน ที่เขียนในห้องพักบนเรืออโทรพอส

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาหารเช้าโรงแรมห่วยแตกมาก


ไม่ใช่ว่าผมไม่เคยเห็นไข่ดาวไม่สุกนะ ของแบบนั้นใครๆก็เคยเห็นกันทั้งนั้น แต่คุณต้องไม่เชื่อผมแน่ ไข่ดาวในชุดอาหารเช้าผมมันไม่สุกเลย มันดิบ ดิบขนาดไหลตกจากจานได้น่ะ นึกภาพออกไหมล่ะ

 

การผจญภัยกำลังรออยู่ ผมไม่มีเวลาทักท้วงอะไรกับพ่อครัวแล้ว ผมยอมจ่ายค่าอาหารเช้าห่วยๆไป ก่อนเก็บของเตรียมตัวไปท่าเรือ

มันไม่ง่ายเลยที่จะแบกหีบใบใหญ่ กีตาร์  ไวโอลิน และแซ็กโซโฟนเดินไปมาในท่าเรือที่คนเยอะแบบนี้


 

ใช่แล้ว คน คนเต็มไปหมดเลย บางคนมองผมเหมือนผมเป็นตัวประหลาด เพราะอะไรกันนะ?

ผมไม่ชอบคนเยอะๆ คลาร่าก็ด้วย เธอว่ายวนไปวนมาอย่างกระสับกระส่ายอยู่ในโหลซึ่งตั้งอยู่อย่างหมิ่นเหม่บนหัวผม  “ไม่ต้องห่วงนะคลาร่า ทักษะการทรงตัวของผมดีนะ ไม่หล่นหรอก”


               



แต่คลาร่ายังไม่หายตกใจ สุดท้ายผมต้องย้ายโหลของเธอมาวางไว้บนหีบ

 

 

หลังจากต่อแถวยาวอยู่นาน ในที่สุดก็ถึงตาของผม

พนักงานตรวจตั๋วเป็นชายร่างเล็กหน้าตาเป็นมิตร เขายิ้ม”ขอตรวจตั๋วโดยสารด้วยครับ”

ผมยิ้มตอบตามมารยาทก่อนล้วงหยิบกระดาษเพียงแผ่นเดียวใบกระเป๋ากางเกงออกมายื่นให้

"นี่ครับ ตั๋วผ...." ผมรู้สึกหม้ามืดคล้ายจะเป็นลมเมื่อเห็นว่าผมถืออะไรอยู่ กระดาษแผ่นเดียวในกระเป๋าผมไม่ใช่ตั๋ว แต่เป็นใบเสร็จค่าอาหารห่วยๆ ไข่ดาวดิบๆนั่น....

ใช่ต้องเป็นเพราะไข่ดาวดิบๆนั่นแน่ๆ ไม่งั้นอาการผมไม่แย่ขนาดนั้นหรอก


 “ตั๋วผม...หาย...ไปแล้ว”

 “คุณครับ ตั๋วละครับ?” นายตัวเล็กถามซ้ำ  “ลองหาดูดีๆก่อนสิครับ”

 

ตั้งสติสิดิลลอน มันจะหายไปได้ยังไง

 

ก่อนอื่นเลยนะ คลาร่า ไม่ๆๆ โหลคลาร่าใสสะอาด ไม่มีเศษกระดาษ และคลาร่าไม่กินกระดาษสุ่มสี่สุ่มห้าหรอก

ผมล่ะ ไม่ๆๆผมผมกินกระดาษไม่ได้หมอผมห้าม

ผมเริ่มต้นการหาอย่างละเอียด เริ่มจากหีบใส่เครื่องดนตรีทั้งสามของผม(แต่ละอย่างกินเวลาน้อยกว่าที่คิด สิบนาทีกว่าๆเท่านั้น) เมื่อไม่เจอผมจึงเปิดหาหีบน้อยทั้งสองใบของผม ในนั้นมีเสื้อผ้าจำนวนหนึ่ง รองเท้าใส่เดินในบ้าน รองเท้าบูธ หมวกสำรองหน้าตาเหมือนๆกันห้าใบ หนังสือเรื่องแครรี่จอมซุ่มซ่ามกับเหรียญแห่งพระราชาที่ผมอ่านค้างไว้ อาหารปลาของคลาร่า ขวัญวันเกิดที่เพื่อนบ้านซื้อให้ซึ่งจนบัดนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่มันใหญ่และน่าเกลียดมาก ซากต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงแก่ๆ กระดาษวาดรูป สีน้ำมัน สีอะคริลิก ดินสอ ชุดนอนหลานสาว กางเกงใน คันธนูเขากวาง ปืนพกที่พังไปนานแล้ว แปรงสีฟัน ร่ม ดินสออีก ชุดหมี ดัมเบล เป็ดยาง เป็ดสดๆยังไม่ได้อบ จานสี ดินสออีกแล้ว ชุดคลุมอาบน้ำ อาหารสุนัขทั้งๆที่ผมไม่ได้เลี้ยง  ยาแก้แพ้ต่างๆ มีดโกนหนวด โหลสำรองของคลาร่า รองเท้าผ้าใบ โหลสำรองของคลาร่าอีกใบที่รั่วแล้วเลยเอาไปใส่ดินปลูกหม้อข้าวหม้อแกงลิงใหม่แต่ก็ยังไม่ขึ้น โบว์หูกระต่าย เตารีด หมวกเก่าๆของพี่สาวที่ขอยืมมาเป็นแบบวาดรูปแล้วลืมคืน เมาท์ออร์แกน กาน้ำชา เพลงที่แต่งค้างไว้ ไดอารี่เล่มเก่า ไดอารี่เล่มใหม่ เถ้ากระดูกของสามีเก่าคลาร่านามว่าคอลิน...โอ แต่ละชิ้นล้วนมีเรื่องราวของมันทั้งสิ้น ผมไม่มีทางเล่าหมดในการบันทึกครั้งเดียวได้หรอก

  

“เจอไหมครับ” พนักงานตรวจตั๋วถาม บัดนี้สีหน้าเขาไม่สู้จะเป็นมิตรเท่าเมื่อสองชั่วโมงที่แล้วนัก

จริงด้วย ผมเกือบลืมเขาไปเสียสนิท เมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังทำอะไรอยู่อาการป่วยอันเกิดจากไข่ดาวดิบก็กลับมากำเริบอีกครั้ง

ไม่มีตั๋ว

ผมควรหันหลังกลับสินะ

ผมสอดแขนผ่านเสื้อสูทสีเหลืองลายฟ้าซึ่งปกติจะใช้คลุมไหล่พันเอวหรือพันคอเท่านั้น ผมจะสวมใส่สูทตัวนี้เฉพาะเวลาตัดสินใจทำอะไรเด็ดขาดจริงๆ

 

“คือ ผม...” ผมเริ่ม พยายามวางท่าด้วยการยืดตัวตรง เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อสูท

ในตอนนั้นเองที่มือผมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง เป็นกระดาษแผ่นบางๆเล็กๆ  ม้วนอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูท

 

“ผม... มีตั๋วอยู่นี่”

ผมหยิบตั๋วออกมายื่นให้ชายร่างเล็กด้วยความมั่นใจ คราวนี้ไม่พลาดแล้ว มันเป็นตั๋วจริงๆ “ขอโทษที่นานไปหน่อย ผมแค่อยากจัดของในหีบให้เรียบร้อยเท่านั้น สวัสดี”

ชายร่างเล็กยิ้มให้ผมก่อนให้ผมผ่านไป(ผมนับถือเขาจริงๆ ยังยิ้มอยู่ได้ทั้งๆที่เสียเวลาไปมากขนาดนี้)ผมลากสัมภาระทั้งหมดผ่านเข้าไปบนเรือโดยไม่ได้หันหลังกลับไปมองผู้โดยสารที่ต่อแถวต่อจากผม หรือแผ่นดินอันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทางสู่โลกใหม่

 

ภายในเรือหรูหรากว่าที่คิดไว้เสียอีก สวยงามเสียจนผมอยากวาดทุกอยากที่เห็น..

ผมวาดได้แน่ ผมจะวาดให้หมดเลย เริ่มจากดาดฟ้าก่อนดีกว่า

แต่ผมก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อขึ้นไปถึงดาดฟ้า(ในตอนแรกผมอยากใช้ลิฟท์ แต่ดูเหมือนจะสงวนไว้ให้ผู้โดยสารชั้นสูงกว่าเท่านั้น) ที่ดาดฟ้ากำลังมีงานเลี้ยงซึ่งหมายถึง..

...คน...คนเต็มไปหมดเลย


 

 

ผมเข็ดแล้ว สภาพร่างกายผมยังไม่ฟื้นตัวจากการโดนไข่ดาวทำร้ายเมื่อเช้า คลาร่าเองก็เหนื่่อย ผมควรเข้าไปพักที่ห้องก่อนจะดีกว่า

 

ห้องพักสำหรับผู้โดยสารชั้นสามไม่เลวร้ายเกินไปสำหรับผม มันออกจะน่าอยู่ทีเดียว ผมกองทุกอย่างไว้มุมห้อง ยกเว้นคลาร่าซึ่งวางไว้ข้างเตียง ก่อนนอนพักเผื่ออาการป่วยอันเกิดจากไข่ดิบจะดีขึ้น ซึ่งขอให้ดีขึ้นเถอะ ผมไม่ได้พาหมอมาด้วยนี่


ผมดีขึ้นจริงๆ เมื่อผมตื่นมาเขียนบันทึกเรื่องนี้

 

 

 

 

 

จบ สวัสดีปีใหม่ค่ะ!//เผ่น

 

 

ปล. ดิลลอนได้หลอกสตาฟยอดเยี่ยมแหละ ได้ไงไม่รู้555

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เรื่องเป็นเช่นนี้เอง...น่าสนใจดีนี่
แล้วพบกันบนอโทรพอส

#4 By Bottleneck on 2013-01-01 16:38

ดิสลอน ดิสลอนนน!! //เข้าไปเข่าหัวโคลงเครง
ทำไมไม่หาจากอะไรทีใกล้ตัวก่อนว่ะห้ะ? ไปเปิดหีบรำลึกความหลังเพื่อครายยยยย โอ 55555 ขวดเขียวก็เหมาะสมดีออก sad smile
แอบฮาคลาร่า เอานางไว้บนหัวน้ำไม่หกใส่อ่อนั้น โอเคเชื่อแล้วว่านายทางตัวดี แต่ สองชั่วโมงนานไปไหมเอ่ย   ถ้าผมเป็นพนักงานจะกระโดดทับสักสองสามที 55555  
#ขอให้พีกหลับเป็นสุขนะ อาเมน 555

#3 By #PM on 2013-01-01 13:39

สวัสดีปีใหม่ 2556 ค่า
Happy New Year 2013!!

#2 By Aco_Knight on 2013-01-01 11:49

ดิลลอนนนน55555555 ไม่นะ พลังเขียนยาวของพี่นุ่นมันกลับมาแล้วแงงงงง *ฉะนั้นเราจะตอบคอมเม้นยาวๆ #ไม่
คคคคลลลลลาาาารรรร่าาาาา คลาร่าน่ารักมากแอร๊ยยยนึกถึงปลาทองในพินอคคิโอเลยง่าง่าง่า ; v ;;; แต่บทย้อนอดีตนี่.. ไม่นะ เธอเองก็เป็นพ่อหนุ่มบ้าหลานอีกคนงั้นหรือ ดิลลอน 555555
แต่ไข่ดาวนี่มัน.. เป็ดเข้าใจเธอค่ะ ดิลลอน.. ไข่ดาวไม่สุกมันก็โอเค แต่ไม่สุกจนดึ๋ยๆนี่มัน.. *น้ำตาไหลเบยอี้แน่ะ
เดี๋ยวนะ แล้วของในกระเป๋านี่มันอะไรฟฟฟฟฟฟฟฟฟฟ ดี้ดี้กับดิลลอนคงได้ขวดเพราะมหกรรมรื้อของนี่แหละแงงงงงง55555555 คนนึงรื้อกระดาษ อีกคนนึงรื้อของ นี่มันอัลไล แงงงง55555555555 
สุดท้ายก็ไปถึงงานเลี้ยงแต่ไม่ได้เข้างานเหมือนกัน เยี่ยมค่ะ *ชูนิ้วโป้ง

#1 By pedd on 2013-01-01 11:37